Mony มาสคอตของ ManypocketManypocket
← บทความทั้งหมด
แนะนำ· อ่าน 9 นาที· 2024-08-05

MK บุฟเฟ่ต์เก่า vs ใหม่ ต่างกันยังไง | เทียบเมนูทีละหมวด + ข้อควรรู้ก่อนไปกิน

เดือนสิงหาคม 2567 คือช่วงที่คนไทยเถียงกันทั้งโซเชียลว่า "MK ขึ้นราคาบุฟเฟ่ต์แล้วยังไม่รวมน้ำอีกเหรอ" ผมเองก็แอบเอ๊ะเหมือนกันครับ เพราะ MK เดิมก็มีบุฟเฟ่ต์อยู่แล้ว แค่รายการอาจจะน้อยไปหน่อย แต่พอเอาเมนูของเก่ากับของใหม่มากางเทียบกันทีละหมวด ผมถึงอึ้งว่ามันไม่ใช่แค่ "ขึ้นราคา" — มันคือการรื้อโครงสร้างบุฟเฟ่ต์ใหม่ทั้งชุด

บทความนี้คือฉบับเต็มของคลิปเทียบเมนู MK บุฟเฟ่ต์เก่า vs ใหม่ ที่ผมทำไว้ตอนระบบใหม่เพิ่งเริ่ม บวกกับส่วนที่คลิปไม่มี — อัปเดตปี 2569 ว่าสุดท้าย MK เดินไปทางไหน และคำทำนายที่ผมทิ้งไว้ท้ายคลิปมันเป็นจริงหรือเปล่า

MK เปลี่ยนอะไร และเปลี่ยนตอนไหน

MK BUFFET เปิดสาขาแรกที่เซ็นทรัล เวสต์เกต เมื่อ 2 สิงหาคม 2567 เป็นการแยกออกมาเป็นโมเดลบุฟเฟ่ต์เต็มตัว มี 3 ระดับราคา คือ 499 / 699 / 899 บาทเน็ต ทานได้ 90 นาที (ข้อมูลจากสื่อธุรกิจไทยที่รายงานตอนเปิดตัว) ส่วนคลิปของผมถ่ายหลังจากนั้นไม่กี่วัน ตอนที่รายการเมนูเพิ่งถูกปล่อยออกมาให้เทียบกับของเดิมได้

สิ่งที่คนพูดถึงกันเยอะที่สุดคือตัวเลขสองตัวนี้ครับ

  • บุฟเฟ่ต์ MK แบบเดิม: 440 บาทเน็ต ทานได้ 69 รายการ รวมน้ำ ติ่มซำ และของหวานอยู่ในนั้นแล้ว เวลา 75 นาที
  • MK BUFFET แบบใหม่ (เทียร์เริ่มต้น): 499 บาทเน็ต ทานได้ 62 รายการ ไม่รวมบาร์เครื่องดื่มและของหวาน ถ้าอยากได้ต้องเพิ่มอีก 99 บาทเน็ต รวมเป็น 598 บาทเน็ต เวลา 90 นาที

พูดตรง ๆ คือถ้าเทียบแบบเอาน้ำและของหวานเข้าไปด้วย ราคาขยับขึ้นเกือบ 160 บาทต่อหัว แลกกับเวลาที่เพิ่มมา 15 นาที ซึ่งอันนี้แหละครับคือจุดที่คนรับไม่ได้ แต่ถ้าดูรายหมวดจะเห็นว่าเรื่องมันซับซ้อนกว่านั้น

6 จุดที่เปลี่ยนจริง เมื่อแตกเมนูดูทีละหมวด

1. เนื้อสัตว์และซีฟู้ดเพิ่มขึ้นชัดเจน (13 → 17 รายการ)

หมวดนี้คือหมวดที่ MK ทุ่มจริง เมนูที่เพิ่มเข้ามาในเทียร์เริ่มต้นมีเนื้อบริสเก็ตออสเตรเลีย เนื้อสันนอกนิวซีแลนด์ กุ้ง ปลาดอลลี่ หนวดปลาหมึก หมูบดทรงเครื่องแบมบู และไก่บดเห็ดหอมแบมบู — คือจากบุฟเฟ่ต์ที่เมื่อก่อนแทบเป็นหมูล้วน กลายเป็นมีเนื้อวัวนำเข้าสองชนิดกับซีฟู้ดให้เลือกในราคาเริ่มต้น

แต่ของที่ได้มาก็มีของที่หายไปแลกครับ หมูนุ่มรวยงาและ US สไลซ์ถูกถอดออกจากรายการบุฟเฟ่ต์ ส่วนหมูสไลซ์พรีเมียมอย่างคุโรบุตะถูกย้ายขึ้นไปอยู่เทียร์ 699 บาท

2. ลูกชิ้นลดลง แถมโดนย้ายเทียร์ (17 → 13 รายการ)

หมวดนี้คือหมวดที่ผมเสียดายที่สุดในฐานะคนกินเกี๊ยว เมนูอย่างเกี๊ยวปลาสด เส้นปลาสายฝน ลูกชิ้นกุ้ง และลูกชิ้นปู หายไปจากเทียร์สแตนดาร์ด โดยเกี๊ยวปลาสดกับลูกชิ้นกุ้งย้ายไปอยู่เทียร์ 899 บาทเน็ต ส่วนลูกชิ้นปูไปอยู่เทียร์ 699 บาทเน็ต ขณะที่หมูทรงเครื่องกลายร่างเป็นหมูบดทรงเครื่องแบมบู

ของที่เพิ่มเข้ามาแทนในเทียร์เริ่มต้นคือไส้กรอกมินิค็อกเทลและปูอัด — ใครสายปูอัดถือว่าได้เพลิน แต่ใครสายเกี๊ยวปลาสดคือต้องจ่ายเพิ่มอีก 400 บาทเพื่อได้ของเดิมกลับมา

3. ผักเพิ่มเยอะ แต่ "แทบไม่ต่างจากเดิม"

ตัวเลขคือ 12 → 16 เมนู ของที่เพิ่มมาคือผักปวยเล้ง กะหล่ำปลีฝอย เห็ดนางรมหลวง เห็ดชิเมจิดำ และเห็ดชิเมจิขาว ฟังดูเยอะ แต่เอาเข้าจริงมันคือเห็ดสี่ชนิดกับผักสองอย่าง ส่วนของที่หายไปคือเห็ดฟาง ซึ่งถอดออกจากเมนูไปเลย

ผมถึงบอกในคลิปว่าหมวดผัก "แทบไม่ต่างจากเดิม" เพราะการเพิ่มจำนวนเมนูกับการเพิ่มความหลากหลายจริง ๆ มันคนละเรื่องกัน

4. หมวดอื่น ๆ ได้ชีสกับข้าวผัดกระเทียม (7 → 9 รายการ)

สองเมนูที่เพิ่มเข้ามาคือข้าวผัดกระเทียมกับมอสซาเรลลาชีส ซึ่งชีสนี่แหละคือสัญญาณว่า MK เริ่มเล่นเกมเดียวกับร้านชาบูสายฮิต — เพราะหม้อสุกี้ที่มีชีสให้ตักคือของที่ถ่ายรูปลงโซเชียลได้

5. เสาร์-อาทิตย์และวันหยุดนักขัตฤกษ์ได้ของทอดเพิ่ม 4 อย่าง

ไส้กรอกทอด ไก่ทอดกรอบ เฟรนช์ฟราย และเห็ดเข็มทองทอด อันนี้เป็นรายละเอียดที่คนมักไม่รู้ก่อนไป ถ้าคุณอยากได้ของทอดครบ ๆ ต้องเลือกวันให้ถูกครับ

6. บาร์เครื่องดื่ม + ของหวาน 99 บาท คุ้มไหม (14 → 23 รายการ)

ถ้าจ่ายเพิ่ม 99 บาทเน็ต จำนวนเมนูในบาร์นี้ขยับจาก 14 เป็น 23 เมนู เครื่องดื่มที่เพิ่มมามีเก๊กฮวยซี่อี๊ อัญชันมะนาวซี่อี๊ โค้กไม่มีน้ำตาล สไปรท์ น้ำส้มมิรินดา และน้ำเปล่า แต่จุดที่หลายคนไม่ทันสังเกตคือ เครื่องดื่มร้อนอย่างชาเขียวร้อนกับชาจีนร้อนถูกถอดออก กลายเป็นเครื่องดื่มเย็นเกือบทั้งหมด

ฝั่งของหวานมีลูกตาลเย็น เต้าฮวยฟรุตสลัด และซอฟต์เสิร์ฟนมสดที่มีรสชาไทยกับทูโทน พร้อมท็อปปิ้งอย่างข้าวโพด เยลลี่ ลูกตาล ซอสสตรอว์เบอร์รี และช็อกโกแลต ส่วนไอศกรีมมะนาวเชอร์เบทหายไป และลูกบัวถูกแทนที่ด้วยลูกตาลเย็น

ความเห็นผมเรื่องบาร์ 99 บาท: ถ้าคุณกินอาหารทันภายใน 90 นาทีอยู่แล้ว หรือเป็นคนกินน้ำเยอะ จ่ายเพิ่มไปคุ้มครับ แต่ถ้าปกติกินไม่ค่อยทัน ทางร้านมีน้ำชาและน้ำเปล่าขายเป็นขวดแยกต่างหาก ซึ่งน่าจะประหยัดกว่าการเหมาบาร์

เรื่องน้ำซุปที่งงกันเยอะที่สุด

อันนี้ตอนอ่านครั้งแรกผมงงมากจนต้องอ่านซ้ำ สรุปให้เข้าใจง่าย ๆ คือ

  • เทียร์ 499 บาท: จ่ายเพิ่ม 50 บาทเพื่อได้หม้อสองช่อง แต่ ต้องมีช่องหนึ่งเป็นน้ำซุปต้นตำรับเสมอ อีกช่องเลือกเป็นซุปดำ ซุปหมาล่า หรือซุปต้มยำมันกุ้งได้
  • เทียร์ 699 และ 899 บาท: เลือกน้ำซุปอื่นได้ทั้งหม้อเลย หรือถ้าอยากได้สองช่องก็จ่ายเพิ่ม 50 บาท แล้วเลือกได้อิสระทั้งสองช่อง ไม่ถูกบังคับว่าต้องมีช่องน้ำซุปต้นตำรับ

แปลว่าเสรีภาพในการเลือกน้ำซุปก็เป็นสิ่งที่ต้องจ่ายเพิ่มเหมือนกันครับ

ที่ชอบ

เวลาที่เพิ่มจาก 75 เป็น 90 นาทีคือของจริงสำหรับคนกินช้าอย่างผม สิบห้านาทีในบุฟเฟ่ต์สุกี้มันคืออีกหนึ่งรอบหม้อพอดี และการที่เนื้อวัวนำเข้ากับซีฟู้ดลงมาอยู่ในเทียร์เริ่มต้นก็ทำให้บุฟเฟ่ต์ MK หลุดจากภาพ "บุฟเฟ่ต์หมู" ที่มันติดมานาน

อีกอย่างที่ผมชอบคือ MK ยังคุมโทน healthy ของตัวเองไว้ได้ ไม่ได้กระโดดไปเล่นเกมมันเยิ้มแบบร้านอื่น หม้อสุกี้กับผักเยอะยังเป็นจุดยืนเดิม

ที่ยังไม่ลงตัว

การแยกน้ำและของหวานออกไปขาย 99 บาทคือจุดที่ทำให้ตัวเลขบนป้ายดูดีแต่บิลจริงไม่ดี ราคาเริ่มต้น 499 บาทเน็ตมันสวยกว่า 598 บาทเน็ตก็จริง แต่คนส่วนใหญ่ที่ไปกินสุกี้ก็ต้องสั่งน้ำอยู่ดี

และการถอดเมนูยอดฮิตอย่างเกี๊ยวปลาสดกับลูกชิ้นกุ้งขึ้นไปเทียร์ 899 คือการบังคับอัปเกรดกลาย ๆ ครับ ตอนที่ผมไปกินบุฟเฟ่ต์ 440 บาทเน็ตของเดิม เมนูพวกนี้คือเมนูที่มากี่ทีก็หมดตลอด แปลว่ามันคือเมนูที่คนสั่งเยอะจริง การย้ายมันขึ้นเทียร์แพงจึงเป็นการตัดสินใจเชิงต้นทุนที่เข้าใจได้ แต่คนกินเจ็บ

วิเคราะห์: MK คิดอะไรอยู่ตอนนั้น

ภาพที่ผมเห็นตอนทำคลิปคือ MK พยายามดันยอดต่อหัวขึ้น โดยใช้เนื้อและซีฟู้ดเป็นเหตุผลของราคาที่ขยับ แล้วใช้การแยกบาร์น้ำ 99 บาทเป็นตัวเก็บส่วนต่างเพิ่ม พร้อมกับดันคนที่อยากได้เมนูเดิมให้เลื่อนขึ้นไปเทียร์ 699 กับ 899

ผมเลยทิ้งข้อสังเกตไว้ท้ายคลิปว่า ถ้า MK อยากแข่งราคากับเจ้าอื่นได้จริง เขาน่าจะต้องทำอีกเทียร์ที่ต่ำกว่า 499 โดยเน้นหมูเป็นหลัก เพื่อดึงราคาเบสิกให้ถูกลง และอาจต้องหาทางเอาเครื่องดื่มกลับเข้ามาในแพ็กเกจ หรือไม่ก็ออกโปรน้ำบ่อย ๆ

อัปเดตปี 2569 — สุดท้ายเรื่องนี้จบยังไง

นี่คือส่วนที่คลิปไม่มีครับ เพราะมันเกิดขึ้นทีหลัง

สองปีผ่านไป MK ขยับต่ออีกหลายก้าว ในเดือนกันยายน 2568 มีการเปิดตัว MK Premium Buffet อย่างเป็นทางการ และในปี 2569 มีรายงานว่า MK ทำ MK Buffet ราคา 299 บาท ออกมาเพื่อขยายฐานลูกค้า พร้อมกับโมเดลใหม่อย่าง MK Buffet Subscription แบบเหมาจ่ายรายเดือน (ข้อมูลจากสื่อการตลาดไทยที่รายงานช่วงกลางปี 2569)

พูดง่าย ๆ คือ เทียร์ที่ถูกกว่า 499 ซึ่งผมบอกว่าน่าจะต้องมี — สุดท้ายมันมีจริงครับ ไม่ใช่เพราะผมทายเก่งอะไรหรอก แต่เพราะกลไกมันชัดตั้งแต่ตอนนั้นแล้วว่าราคาเริ่มต้น 499 บาทเน็ตที่ยังไม่รวมน้ำ มันสูงเกินกว่าจะเป็นราคาที่คนกินบ่อย ๆ ได้

ข้อควรระวังก่อนใช้ข้อมูลในบทความนี้: ตัวเลขเมนูและราคาทั้งหมดในส่วนเปรียบเทียบคือของช่วงสิงหาคม 2567 ตอนระบบใหม่เพิ่งเริ่ม ปัจจุบันเมนู ราคา และเงื่อนไขเปลี่ยนไปแล้วหลายรอบ ถ้าจะไปกินจริงให้เช็กหน้าโปรโมชันของ MK และสาขาที่ร่วมรายการอีกทีนะครับ เพราะแต่ละสาขาเงื่อนไขไม่เหมือนกัน

เหมาะกับใคร

บทความนี้เหมาะกับคนที่กำลังจะไปกิน MK Buffet แล้วอยากรู้ว่าเทียร์ไหนคุ้มกับสไตล์การกินของตัวเอง โดยเฉพาะ

  • สายเนื้อและซีฟู้ด — เทียร์เริ่มต้นตอบโจทย์มากขึ้นกว่าบุฟเฟ่ต์แบบเดิมเยอะ
  • สายลูกชิ้น เกี๊ยว และของต้มจิ้ม — ต้องดูให้ดีว่าเมนูที่คุณชอบอยู่เทียร์ไหน อาจต้องขยับขึ้นเทียร์
  • คนกินช้า — 90 นาทีช่วยได้จริง แต่บาร์น้ำ 99 บาทอาจไม่คุ้มถ้ากินไม่ทัน
  • คนที่ไปเป็นกลุ่ม — ลองคำนวณว่าจ่ายบาร์น้ำทุกคนหรือสั่งน้ำขวดแยกถูกกว่ากัน

ถ้าอยากเทียบกับบุฟเฟ่ต์เจ้าอื่นในกรุงเทพก่อนตัดสินใจ ผมรวมไว้ให้แล้วใน รวมบุฟเฟ่ต์กรุงเทพรับไทยช่วยไทย พร้อมวิธีคิดเงิน และถ้าไม่อยากออกจากบ้าน ไทยช่วยไทยพลัส เดลิเวอรี่ ใช้ยังไงให้คุ้ม น่าจะช่วยได้ ส่วนใครสายร้านเชนที่อยู่คู่คนไทยมานาน ลองอ่าน Texas Chicken ไทย ปิดตำนาน 9 ปี ต่อได้ครับ

ดูได้ที่ไหน

MK Buffet เปิดในสาขาที่ร่วมรายการ ซึ่งเงื่อนไข ราคา และรายการเมนูต่างกันไปตามสาขาและช่วงโปรโมชัน ควรเช็กหน้าโปรโมชันทางการของ MK ก่อนไปทุกครั้ง ส่วนคลิปเทียบเมนูฉบับเต็มดูได้จากวิดีโอด้านบนของบทความนี้

คำถามที่พบบ่อย

MK บุฟเฟ่ต์แบบใหม่ราคาเท่าไหร่ ตอนเปิดตัว

ตอนเริ่มระบบใหม่ในเดือนสิงหาคม 2567 มี 3 เทียร์คือ 499 / 699 / 899 บาทเน็ต ทานได้ 90 นาที โดยเทียร์ 499 บาทยังไม่รวมบาร์เครื่องดื่มและของหวาน ต้องจ่ายเพิ่มอีก 99 บาทเน็ต

บุฟเฟ่ต์ MK แบบเก่า 440 บาท ต่างกับแบบใหม่ยังไง

แบบเก่า 440 บาทเน็ต ได้ 69 รายการ รวมน้ำ ติ่มซำ และของหวานอยู่ในราคาแล้ว ทานได้ 75 นาที ส่วนแบบใหม่เริ่มที่ 499 บาทเน็ต ได้ 62 รายการ ไม่รวมน้ำและของหวาน แต่ทานได้ 90 นาที และมีเนื้อวัวนำเข้ากับซีฟู้ดเพิ่มเข้ามาในเทียร์เริ่มต้น

จ่ายเพิ่ม 99 บาทเพื่อบาร์น้ำและของหวาน คุ้มไหม

คุ้มถ้าคุณกินน้ำเยอะหรือกินอาหารทันภายใน 90 นาที เพราะบาร์นี้มี 23 เมนูรวมซอฟต์เสิร์ฟและท็อปปิ้ง แต่ถ้ากินไม่ค่อยทัน การสั่งน้ำขวดแยกน่าจะประหยัดกว่า

เมนูไหนบ้างที่หายไปจากเทียร์เริ่มต้น

จากที่เทียบในคลิป เมนูที่หายจากเทียร์สแตนดาร์ดมีหมูนุ่มรวยงา US สไลซ์ เห็ดฟาง ไอศกรีมมะนาวเชอร์เบท และเครื่องดื่มร้อน ส่วนเกี๊ยวปลาสดกับลูกชิ้นกุ้งย้ายไปเทียร์ 899 บาท ลูกชิ้นปูและหมูสไลซ์พรีเมียมย้ายไปเทียร์ 699 บาท

เลือกน้ำซุปอื่นแทนน้ำซุปต้นตำรับได้ไหม

เทียร์ 499 บาท ถ้าจ่ายเพิ่ม 50 บาทจะได้หม้อสองช่อง แต่ต้องมีช่องหนึ่งเป็นน้ำซุปต้นตำรับ ส่วนเทียร์ 699 และ 899 บาท เลือกน้ำซุปอื่นได้ทั้งหม้อ หรือจ่ายเพิ่ม 50 บาทเพื่อเลือกอิสระทั้งสองช่อง โดยซุปตัวเลือกมีซุปดำ หมาล่า และต้มยำมันกุ้ง

ตอนนี้ปี 2569 MK Buffet ยังราคาเดิมไหม

ไม่แล้วครับ มีรายงานว่า MK ออก MK Buffet ราคา 299 บาท และโมเดลเหมาจ่ายรายเดือน MK Buffet Subscription ในปี 2569 ตัวเลขในบทความนี้เป็นภาพช่วงสิงหาคม 2567 ควรเช็กราคาปัจจุบันจากช่องทางทางการก่อนไป

แหล่งอ้างอิง

  • รายการเมนูและการเทียบทีละหมวดทั้งหมดมาจากคลิปที่ผมทำเอง โดยกางเมนูเก่ากับเมนูใหม่เทียบกันในเดือนสิงหาคม 2567
  • ข้อมูลวันเปิดสาขาแรก (เซ็นทรัล เวสต์เกต 2 สิงหาคม 2567) และโครงสร้างราคา 499/699/899 บาท มาจากรายงานข่าวธุรกิจไทยช่วงเปิดตัว
  • ข้อมูลอัปเดตปี 2568-2569 (MK Premium Buffet และ MK Buffet 299 / Subscription) มาจากรายงานสื่อการตลาดไทย

ขอพลังบวกจงอยู่กับคุณ แล้วพบกันใหม่ สวัสดีครับ

#บุฟเฟ่ต์#MK#สุกี้#รีวิวร้านอาหาร#คุ้มไหม