บันทึกจากหลังห้อง (Notes from the Last Row) รีวิว EP.1 ไม่สปอย | ชเวมินซิก พระเอก Oldboy กลับมาเล่นซีรีส์ Netflix ครั้งแรก
เคยเจอคนที่เก่งในสิ่งที่เราฝันอยากเก่งไหมครับ? คนที่พอเห็นแล้วเราทั้งทึ่ง แต่ลึก ๆ ก็แอบอิจฉา — Notes from the Last Row (บันทึกจากหลังห้อง) คือเรื่องของคนแบบนั้นสองคนที่มาเจอกัน แถมได้ชเวมินซิก พระเอก Oldboy มาเล่นนำ บอกเลยว่าดูแล้วอึดอัดแต่หยุดไม่ได้ รีวิวนี้เป็นแบบไม่สปอยนะครับ ใครยังไม่ได้ดูฟังได้สบายใจ
เรื่องนี้เกี่ยวกับอะไร
บันทึกจากหลังห้อง (맨 끝줄 소년) เป็นซีรีส์เกาหลีทริลเลอร์จิตวิทยาเรื่องใหม่จาก Netflix ปล่อยครบ 6 ตอนรวดเดียว ดัดแปลงจากบทละครเวทีสเปนที่เคยถูกทำเป็นหนังฝรั่งเศสชื่อ In the House ของผู้กำกับ François Ozon ซึ่งเคยคว้ารางวัลหนังยอดเยี่ยมจากเทศกาลใหญ่มาแล้ว เรื่องย่อคร่าว ๆ คือ อาจารย์สอนวรรณกรรมที่หมดไฟไปนานแล้ว วันหนึ่งไปเจองานเขียนของลูกศิษย์ที่นั่งแถวหลังสุดของห้อง แล้วมันดีจนเขาหยุดอ่านไม่ได้ จากครูธรรมดา ๆ ความสัมพันธ์ของสองคนนี้ก็เริ่มพากันไปในทางที่อันตรายขึ้นเรื่อย ๆ
ตัวละครและนักแสดง
ตัวเอกของเรื่องชื่อ "ฮอมุนโอ" อาจารย์ที่เคยฝันอยากเป็นนักเขียนแต่ไปไม่ถึงฝัน เลยกลายเป็นคนขมขื่นที่ลึก ๆ ดูถูกงานเขียนของคนอื่นไปหมด รับบทโดยชเวมินซิก นักแสดงระดับพระเอก Oldboy และ Exhuma ที่แทบไม่เล่นซีรีส์ทีวีมาเป็นสิบ ๆ ปี เรื่องนี้คือซีรีส์ Netflix เรื่องแรกในชีวิตเขาเลย
ส่วนลูกศิษย์ชื่อ "อีคัง" เด็กที่ชอบนั่งแถวหลังสุด เรียนคณะวิศวะ แต่ดันเขียนหนังสือเก่งจนอาจารย์ติดงอมแงม รับบทโดยชเวฮยอนอุกที่หลายคนคุ้นจาก Twenty-Five Twenty-One รอบนี้เขาพลิกมาเล่นเด็กหนุ่มเย็นชาที่มีอะไรซ่อนอยู่ข้างใน น่าขนลุกดี นอกจากนี้ยังมีนักเขียนดังอีกคนชื่อ "คิมซูฮุน" ในเรื่อง — ย้ำว่าเป็นชื่อตัวละคร คนละคนกับดาราคิมซูฮยอน เผื่อใครงงชื่อ
จุดขายของเรื่อง
โครงอิจฉา 2 ชั้น สิ่งที่ทำให้เรื่องนี้ไม่ใช่ทริลเลอร์ครู-ศิษย์ธรรมดา คือมันเป็นเรื่องของ "คนอิจฉา" ที่ซ้อนกันสองชั้น ชั้นแรกคือตัวอาจารย์เองที่มีคู่อริในใจเป็นนักเขียนดังที่ประสบความสำเร็จกว่า ส่วนอีกชั้นคือตัวลูกศิษย์ที่ก็มีคนที่เขาอิจฉาอยู่เหมือนกัน แล้วสองคนนี้มาเจอกันโดยใช้ "งานเขียน" เป็นสะพานเชื่อม คนหนึ่งอยากเติมไฟที่ดับไป อีกคนอยากได้ชีวิตที่ตัวเองไม่มี พอวางโครงแบบนี้ปุ๊บ มันเหมือนกระจกสะท้อนกันไปมา ดูเพลินมากว่าใครกำลังใช้ใครกันแน่
เคมีครู-ศิษย์ที่ค่อยๆ บิดเบี้ยว เสน่ห์ของเรื่องนี้คือความสัมพันธ์ครู-ศิษย์ที่ค่อย ๆ บิดเบี้ยวไปทีละนิด จากครูที่อยากปั้นลูกศิษย์ ค่อย ๆ กลายเป็นอะไรที่ดาร์กกว่านั้น เส้นแบ่งระหว่าง "ครูที่หวังดี" กับ "คนที่เริ่มหมกมุ่น" เบลอลงเรื่อย ๆ จนคนดูเริ่มอึดอัดแทน มีหลายจังหวะที่ชวนลุ้นว่าอาจารย์จะข้ามเส้นไหม แต่ขอไม่สปอยว่าเกิดอะไรขึ้นจริง ๆ
ที่ชอบ
การแสดงคือจุดแข็งสุดของเรื่อง ชเวมินซิกเล่นความรู้สึกขัดแย้งในตัวเองได้หมด ทั้งอิจฉา ทั้งชื่นชม ทั้งรู้สึกผิด ออกมาทางแววตา ส่วนชเวฮยอนอุกก็เอาอยู่มาก ความเย็นชาที่เดาไม่ออกว่าคิดอะไรน่ากลัวจริง
ที่ยังไม่ลงตัว / ไม่เหมาะกับใคร
เรื่องนี้เป็นทริลเลอร์แบบค่อย ๆ บีบ ค่อย ๆ กดดัน ไม่ใช่แนวหวือหวาตูมตาม ใครชอบจังหวะช้าแต่จิตวิทยาเชือดเฉือนคือใช่เลย แต่ใครอยากได้แอ็กชันสะใจไว ๆ อาจต้องทำใจนิดนึงกับความเร็วของเรื่อง
เหมาะกับใคร
เหมาะกับคนที่ชอบทริลเลอร์จิตวิทยาตัวละครซับซ้อน แฟนชเวมินซิกที่รอดูเขากลับมาเล่นซีรีส์ และคนที่ชอบดราม่าที่มีชั้นเชิงเรื่องอิจฉาริษยาแบบเข้มข้น
ดูได้ที่ไหน
Notes from the Last Row ดูได้ทาง Netflix ปล่อยครบ 6 ตอนแล้ว มีพากย์ไทย
คำถามที่พบบ่อย
Notes from the Last Row มีกี่ตอน ทั้งหมด 6 ตอนจบ ปล่อยรวดเดียวบน Netflix มีพากย์ไทย
ชเวมินซิกรับบทอะไรในเรื่องนี้ รับบทฮอมุนโอ อาจารย์สอนวรรณกรรมที่หมดไฟ ถือเป็นซีรีส์ Netflix เรื่องแรกในชีวิตของชเวมินซิก
เรื่องนี้ดัดแปลงมาจากอะไร ดัดแปลงจากบทละครเวทีสเปน ที่เคยถูกทำเป็นหนังฝรั่งเศสชื่อ In the House ของผู้กำกับ François Ozon ซึ่งเคยได้รางวัลหนังยอดเยี่ยมจากเทศกาลใหญ่มาแล้ว
เรื่องนี้สปอยหนักไหม รีวิวนี้เป็นแบบไม่สปอย เล่าแค่ธีมและจุดขายของเรื่อง ไม่เฉลยเหตุการณ์สำคัญในตอน
ขอพลังบวกจงอยู่กับคุณ แล้วพบกันใหม่ สวัสดีครับ