The Ordinary Jackpot EP1-2 รีวิวสปอย | ถูกหวย 31 ล้าน ทำไมยังไม่ลาออก
ถ้าพรุ่งนี้ตื่นมาแล้วในบัญชีมีเงินสามสิบเอ็ดล้านบาท คุณจะยังไปทำงานไหมครับ
The Ordinary Jackpot (ชื่อไทยที่ใช้โปรโมตคือ *โปรดอย่าลองดี วันนี้พี่รวย*) ตอบคำถามนี้แบบที่ผมไม่คาดคิดเลย คือพระเอกไปครับ ไปตามปกติ ตอกบัตรเวลาเดิม นั่งโต๊ะเดิม แล้วพอเขาไป ออฟฟิศกลับพังกว่าเดิม — บทความนี้ผมเล่า EP1 กับ EP2 แบบเต็มทั้งสองตอน พร้อมความเห็นว่าซีรีส์เกาหลีเรื่องนี้ดีพอให้ตามต่อไหม และมีบริบทบางอย่างที่ตอนอัดคลิปผมไม่มีเวลาลงรายละเอียด
ระดับสปอย: บทความนี้สปอย EP1 กับ EP2 เต็มทั้งสองตอน (ไม่แตะตอนหลังจากนั้น) ใครยังไม่ได้ดู เลื่อนไปอ่านหัวข้อ "เหมาะกับใคร" กับ "ดูได้ที่ไหน" ก่อนได้เลยครับ
เรื่องนี้คือเรื่องอะไร
ชื่อเกาหลีของเรื่องคือ 로또 1등도 출근합니다 แปลตรงตัวว่า "ถูกลอตเตอรี่รางวัลที่หนึ่งก็ยังมาทำงาน" คือชื่อเรื่องเล่าพล็อตให้หมดแล้ว ไม่ต้องตีความอะไรเพิ่มเลยครับ
เป็นซีรีส์ช่อง tvN ความยาว 10 ตอน ดัดแปลงจากเว็บนิยายของ ซออินฮา โดยมี ยุนยองบิน เป็นทั้งคนกำกับและคนเขียนบทเอง ผลิตโดย CJ ENM STUDIOS ร่วมกับ Bon Factory
นำแสดงโดย อีจุนฮยอก รับบท กงอึนแท หัวหน้าทีมขายทีมห้าของบริษัทฮงซอง อินเตอร์เนชั่นแนล คนที่เรียนหนักและทำงานหนักมาทั้งชีวิตเพื่อจะได้มีชีวิตที่ดีขึ้น แล้ววันหนึ่งเขาก็ถูกลอตโต้รางวัลที่หนึ่ง
จุดที่ผมว่าทำให้เรื่องนี้ต่างจากเรื่องรวยข้ามคืนทั่วไป คือ เงินก้อนนี้ซื้อบ้านในโซลไม่ได้ เขาเลยไม่ลาออก แต่เปลี่ยนวิธีทำงานแทน แนวของมันจึงเป็นคอมเมดี้ออฟฟิศ ไม่ใช่แฟนตาซี ใครทำงานประจำอยู่ ผมว่าดูแล้วอินแน่นอนครับ
เกิดอะไรขึ้นใน EP1-2
EP1 — คนที่เลิกโกรธมานาน
เปิดเรื่องมา เราจะรู้จักกงอึนแทในฐานะ "คนที่ไม่โกรธ" ซึ่งไม่ใช่โกรธไม่เป็นนะครับ แต่เขาเลิกโกรธมานานแล้ว เพราะมองว่าโกรธไปก็มีแต่เสีย
ทีมของเขามีจีฮเย กีแท และผู้ช่วยยัง ตัวปัญหาคือผู้ช่วยยัง รุ่นพี่ที่อายุมากกว่าแต่ตำแหน่งต่ำกว่า คนนี้ทำตัวเหมือนตัวเองเป็นหัวหน้าทีมทุกอย่าง พาลูกทีมไปเลี้ยงข้าวเอง เข้างานสาย กลับตรงเวลาเป๊ะ แล้วยังชวนคนอื่นกลับด้วย ทิ้งให้พระเอกนั่งทำงานต่อคนเดียวในออฟฟิศ
ส่วนเรื่องงาน พระเอกโดนโยนแบรนด์ชื่อ ลักเนส ที่ขึ้นชื่อว่าทำยากมากมาให้ดูแล แล้วที่แสบกว่านั้นคือแบรนด์ที่เขาปั้นจนขึ้นแล้ว โดนถอดไปให้ทีมอื่น ได้ของยากมา แล้วของที่ตัวเองปั้นกับมือโดนเอาไป ผู้ช่วยยังรู้เรื่องปุ๊บก็มาบ่นใส่ ไม่ได้ช่วยอะไรเลย
จุดเปลี่ยนของเรื่องมาจากเรื่องเล็กมากครับ เขาแวะร้านสะดวกซื้อไปซื้อเบียร์กลับไปกินที่บ้าน ปรากฏว่าระบบร้านพัง จ่ายบัตรไม่ได้ ใช้ได้แต่เงินสด พอจ่ายเงินสด ร้านก็ไม่มีเงินทอน คนขายเลยแนะนำว่างั้นซื้อล็อตโต้เพิ่มไปเลยไหม จะได้พอดี
ก่อนถึงฉากเช็คหวย มีอีกฉากที่ผมว่าสำคัญ คือเรื่องครอบครัว พระเอกมีพี่ชายที่ทำงานเป็น รปภ. แม่โทรมาขอเงินเขาเพื่อเอาไปให้พี่ชาย เขาก็โทรไปคุยกับพี่ชายเอง บอกว่าเดี๋ยวช่วยจ่ายให้ แล้วบ่นไปด้วยว่าคนทำงานออฟฟิศไม่ได้มีเงินเก็บเยอะขนาดนั้น แล้วทิ้งประโยคที่ค้างอยู่ในหัวผมว่า *ถ้าเป็นครอบครัวเดียวกัน แล้วช่วยเหลือกันไม่ได้ ก็อย่ามาเป็นภาระให้กันสิ*
ฟังแล้วแรงนะครับ แต่ก็รู้เลยว่าเขาแบกอะไรแบบนี้มานาน อีกอย่างที่ทำให้เห็นว่าคนนี้ขยันจริงคือวันหยุดเขายังไปเรียนภาษาต่างประเทศเพิ่มอีก
พอตกค่ำ เขาเอาล็อตโต้มาเช็ค แล้วถูกรางวัลที่หนึ่ง 1,977,507,240 วอน (ก่อนหักภาษีราวสี่สิบเจ็ดล้านบาท) โดยงวดนั้นมีคนถูกรางวัลที่หนึ่งทั้งหมดหกคนรวมเขาด้วย แล้วจบตอนหนึ่งตรงนั้นเลย
EP2 — วันที่เขาเริ่มไม่ยอม
เปิดตอนสองมาคือเสียงตะโกนครับ พระเอกตะโกนลั่นห้อง ผมนี่สะดุ้ง เพราะทั้งตอนที่แล้วเขาเงียบมาก นิ่งมาก แต่พอตั้งสติได้ก็คิดว่า เออ ใครจะไม่ดีใจจนตะโกนขนาดนี้ล่ะ
เรื่องแอบใจร้ายตรงที่ให้ตัวเลขความน่าจะเป็นมาด้วย คือประมาณ หนึ่งในแปดล้าน ซึ่งไม่ใช่ตัวเลขที่กุขึ้นมานะครับ มันคือโอกาสจริงของลอตโต้เกาหลีระบบหกจากสี่สิบห้า ส่วนเงินจริงที่เข้ากระเป๋าคือ หลังหักภาษีสามสิบสามเปอร์เซ็นต์ เหลือประมาณ หนึ่งพันสามร้อยล้านวอน หรือราวสามสิบเอ็ดล้านบาท ซึ่งเยอะ แต่ไม่ได้เยอะแบบเลิกทำงานได้ตลอดชีวิต
คืนนั้นเขานอนคิดใหญ่เลยครับ ขับรถสปอร์ตดีไหม ไปบาร์ดีไหม เป็นเสี่ยเลยดีไหม แล้วมีอันนึงที่ผมขำมาก คือคิดว่าเผาบริษัทเลยดีไหม อันนี้น่าจะเป็นความในใจมนุษย์เงินเดือนกันทุกคนเนอะ
วันรุ่งขึ้นเขาลางานไปรับเงินรางวัล แล้วที่นั่นเขาเจอคนที่ถูกรางวัลอีกคนหนึ่ง คนนี้พูดอะไรที่ผมว่าเป็นแกนของเรื่องเลย เขาบอกว่าต่อจากนี้เขาจะปล่อยให้ตัวเองโกรธ เพราะทั้งชีวิตอดกลั้นมาตลอด พอถูกรางวัลแล้วมันก็ควรจะได้โกรธบ้างสิ
ฟังจบปุ๊บ พระเอกกลับบริษัท ยังไม่ทันถึงพักเที่ยง ปรากฏว่าผู้ช่วยยังพาลูกทีมไปกินข้าวกันหมดแล้ว แถมหัวหน้าทีมอื่นยังมาฟ้องอีก คราวนี้พระเอกไม่ทนแล้วครับ โทรตามให้ทุกคนกลับมาทันที แล้วด่าผู้ช่วยยังต่อหน้าว่าทำแบบนี้ได้ยังไง พร้อมทิ้งประโยคว่า *ต่อจากนี้ผมจะไม่ถือว่าคุณเป็นรุ่นพี่ผมแล้วนะ*
หลังจากนั้นเขาขึ้นไปดาดฟ้า แล้วหัวหน้าทีมจอง ซึ่งเป็นพี่เลี้ยงคนแรกของเขาตอนเข้าบริษัทใหม่ ๆ ก็ตามขึ้นไป เขาไม่ได้มาสอนนะครับ เขามาปลอบ บอกว่าดีแล้วที่พูดออกไป แล้วสองคนก็เม้าท์เรื่องเก่ากันสมัยที่ยังอยู่ใต้รองหัวหน้าฝ่ายจาง เม้าท์เพลินจนไม่ทันเห็นว่ารองหัวหน้าฝ่ายจางเดินตามขึ้นมาด้วย สะดุ้งกันทั้งคู่
แต่รองหัวหน้าฝ่ายจางไม่ได้ขึ้นมาเอาเรื่อง เขาได้รับคำสั่งจากหัวหน้าฝ่ายให้มาช่วยเคลียร์ใจระหว่างพระเอกกับผู้ช่วยยัง เลยพาไปกินข้าว ลากผู้ช่วยยังมาด้วย แล้วปลีกตัวออกไปให้สองคนคุยกันเอง
แล้วฉากคุยกันนี่แหละครับ คือของดีของสองตอนนี้ — ผมแยกไปเล่าละเอียดในหัวข้อถัดไป
เรื่องปิดตอนสองด้วยฉากที่ผมว่าน่าคิดที่สุด คือพระเอกไปหาร้านอสังหาริมทรัพย์ คนขายถามว่ารายได้ต่อปีเท่าไหร่ เขาตอบว่า เจ็ดสิบล้านวอนต่อปี (ราวหนึ่งล้านหกแสนกว่าบาท) คนขายก็บอกกลับมาว่า งั้นแสดงว่าคุณมีมูลค่าในตลาดกว่า สามพันล้านวอน เลยนะ เพราะถ้าจะเก็บค่าเช่าให้ได้ปีละเจ็ดสิบล้านวอนหลังหักภาษีกับค่าใช้จ่าย ต้องถืออสังหาฯ มูลค่าประมาณสามพันล้านวอน หรือราวเจ็ดสิบล้านบาท
พระเอกฟังแล้วเงียบ แล้วก็ยังไม่ตัดสินใจทำอะไรเลย จบตอนสองตรงนั้น
ประเด็นเด็ด
ฉากเคลียร์ใจที่กล้าบอกว่าพระเอกก็ผิด
พระเอกเปิดก่อนว่าเขามองว่าผู้ช่วยยังมีปัญหากับเขามาตลอด ผู้ช่วยยังก็ตอบตรง ๆ ว่าเขาไม่ได้ติดใจที่ต้องมาทำงานกับคนที่อายุน้อยกว่า แต่ที่ติดคือเวลาพระเอกตัดสินใจอะไร ไม่เคยถาม ไม่เคยปรึกษาคนในทีมเลย จนเขารู้สึกอยากกวนประสาทใส่
ตรงนี้คือจุดที่เรื่องกล้าครับ เพราะทั้งตอนที่แล้วเราเห็นแต่ฝั่งพระเอก แล้วมองผู้ช่วยยังเป็นตัวปัญหาชัด ๆ พอได้ฟังอีกฝั่ง มันก็มีส่วนที่เขาพูดถูกอยู่จริง ๆ
แล้วผู้ช่วยยังก็บอกว่าจะลาออก เดี๋ยวจะยื่นใบลาแล้วถ่ายงานให้คนอื่น พระเอกตอบกลับมาว่า *ผมก็คิดแบบนั้นเหมือนกันแหละ แต่อย่าเลยดีกว่า เราต่างก็มาทำงานกันทั้งนั้น*
จากนั้นทั้งคู่เปิดใจกัน แต่คุยกันเฉพาะเรื่องงานนะครับ ไม่ได้กลายเป็นเพื่อนซี้ ผู้ช่วยยังบอกว่าเขาเกลียดพระเอก แต่ยอมรับว่าพระเอกทำงานเก่งมาก แบรนด์ที่รับมาแต่ละอันคือใกล้เจ๊งทั้งนั้น แต่พระเอกปั้นขึ้นได้ตลอด ส่วนพระเอกก็ตอบกลับว่าผู้ช่วยยังก็เก่งเหมือนกัน ประสบการณ์หลายปีมันคือของจริง โดยเฉพาะการเห็นรายละเอียดที่คนอื่นชอบมองข้าม
ผมชอบมากที่เรื่องนำสองคนนี้มาแสดงความยอมรับกันในฐานะคนทำงาน ซึ่งจริงและดูโตกว่าการให้ใครคนหนึ่งแพ้ไปเลยเยอะ
เงินก้อนนี้ไม่ได้เปลี่ยนชีวิต แต่เปลี่ยนความกล้า
ถ้าดูผิวเผิน เราอาจคิดว่าเรื่องนี้ขายว่าถูกหวยแล้วรวย แต่จริง ๆ มันขายว่า ถูกหวยแล้วกล้า ครับ
เงินสามสิบเอ็ดล้านบาทไม่ได้ทำให้พระเอกลาออกได้ ไม่ได้ทำให้เขาซื้อบ้านในโซลได้ สิ่งที่มันเปลี่ยนคือมันกลายเป็นเบาะรอง ที่ทำให้เขากล้าพูดสิ่งที่อัดอั้นมานาน ความต่างระหว่างคนที่ "ยอม" กับคนที่ "ไม่ยอมแล้ว" ในเรื่องนี้เลยไม่ได้อยู่ที่นิสัย แต่อยู่ที่ว่ามีอะไรรองรับความเสี่ยงหรือเปล่า
ซึ่งอันนี้ผมว่าตรงกับชีวิตจริงมากเกินไปหน่อยด้วยซ้ำ
ประโยคปิดตอนที่แสบที่สุด
ฉากร้านอสังหาฯ ปิดตอนสองคือจุดที่ผมคิดตามนานสุด เพราะมันกำลังบอกว่าตัวเขาเองที่นั่งทำงานอยู่ทุกวันเนี่ย มีมูลค่ามากกว่ารางวัลที่เขาถูกซะอีก
แต่ที่ผ่านมาไม่เคยมีใครตีมูลค่าให้เขาฟังเลย ต้องให้คนขายบ้านเป็นคนบอก — บริษัทที่เขาทุ่มเทให้มาสิบปีไม่เคยพูดประโยคนี้กับเขาสักครั้ง
ที่ชอบ
- จังหวะการปล่อยอารมณ์ ตอนหนึ่งเก็บนิ่งไว้ทั้งตอน แล้วตอนสองปล่อยทีเดียวด้วยเสียงตะโกน มันทำให้ฉากตะโกนทำหน้าที่มากกว่าแค่ตลก
- ตัวเลขที่ไม่มั่ว ทั้งเงินรางวัล อัตราภาษี และโอกาสถูกรางวัลหนึ่งในแปดล้าน เป็นตัวเลขที่อิงของจริง ไม่ใช่ใส่มาให้ดูใหญ่
- ไม่ลากความสะใจ หลายเรื่องจะให้เราสะใจยาว ๆ ก่อนค่อยเฉลยว่าอีกฝ่ายก็มีเหตุผล แต่เรื่องนี้เฉลยตั้งแต่ตอนสอง
- ความยาว 10 ตอน กำลังพอดีกับพล็อตขนาดนี้ ไม่ต้องกลัวยืด
ที่ยังไม่ลงตัว
ข้อเดียวที่ผมอยากเตือนไว้ก่อนคือ ตอนหนึ่งพระเอกนิ่งมาก เงียบมาก แทบไม่ปล่อยอารมณ์อะไรออกมาเลยตลอดทั้งตอน
ถ้าใครชอบตัวละครจัดจ้านตั้งแต่ต้น อาจจะต้องอดใจรอถึงตอนสอง ซึ่งพอถึงตอนสองแล้วผมว่าคุ้ม แต่ก็ต้องยอมรับว่าตอนหนึ่งเดินเรื่องช้าและอึดอัดโดยตั้งใจ ถ้าดูแค่ตอนเดียวแล้วเลิก อาจจะตัดสินเรื่องนี้ผิดไปเลย
อีกอย่างคือมีตัวละครหญิงที่เข้ามาในชีวิตพระเอกตั้งแต่ EP1 แต่เรื่องยังไม่เฉลยอะไรชัดเจนในสองตอนแรก ใครหวังเส้นโรแมนซ์ชัด ๆ ตั้งแต่ต้น อาจต้องรอไปก่อน
วิเคราะห์ตัวละครและธีม
แกนของเรื่องนี้ไม่ใช่เงิน แต่คือ "สิทธิ์ในการโกรธ" ครับ
กงอึนแทเลิกโกรธมานาน ไม่ใช่เพราะเขาใจดี แต่เพราะเขาคำนวณแล้วว่าการโกรธมีต้นทุน คนที่ไม่มีอะไรรองรับ ย่อมโกรธไม่ได้ ประโยคของคนถูกรางวัลอีกคนที่บอกว่า "ทั้งชีวิตอดกลั้นมาตลอด พอถูกรางวัลก็ควรจะปล่อยให้ตัวเองโกรธบ้าง" เลยเป็นเหมือนใบอนุญาตที่เรื่องมอบให้พระเอก
ส่วนผู้ช่วยยัง ถ้าเรื่องนี้ขี้เกียจ เขาจะเป็นแค่รุ่นพี่นิสัยไม่ดีให้เราด่า แต่พอเรื่องให้เขาอธิบายตัวเองว่า "คุณไม่เคยปรึกษาใครในทีมเลย" มันกลายเป็นเรื่องของ หัวหน้าที่เก่งแต่ไม่สื่อสาร ซึ่งเป็นปัญหาที่คนทำงานจริงเจอบ่อยกว่าเรื่องรุ่นพี่งอแงเยอะ
หัวหน้าทีมจองกับรองหัวหน้าฝ่ายจางก็น่าสนใจ เพราะทั้งคู่ไม่ได้มาสอนหรือมาลงโทษ แต่มาทำหน้าที่ "คนกลาง" ในระบบที่คนมักจะปล่อยให้พังกันเอง — องค์กรในเรื่องนี้เลยไม่ได้ถูกวาดให้เป็นผู้ร้ายทั้งหมด
ถ้าคุณเคยดู See You at Work Tomorrow ที่เล่าเรื่องคนเลิกงานตรงเวลา หรือ The Early Spring ที่เล่าออฟฟิศเอเจนซี่ฝั่งจีน เรื่องนี้จะอยู่ในตระกูลเดียวกัน แต่จับที่ "คุณค่าของแรงงานตัวเอง" ตรง ๆ กว่า
เกร็ดน่ารู้
- อีจุนฮยอก (กงอึนแท) คือคนที่เล่นเป็นซอดงแจใน *Stranger* ตัวละครที่เอาตัวรอดในที่ทำงานเก่งและประจบนายเป็นอาชีพ จนได้แยกไปทำซีรีส์ของตัวเอง พอมาเล่นเป็นคนที่ก้มหน้ายอมทุกอย่างมาสิบปี คือพลิกขั้วกันสุด ๆ
- ซอฮยอนอู (ยังจุนโฮ หรือผู้ช่วยยัง) คือนักข่าวคิมมูจินจาก *Flower of Evil* และยังไปเล่น *Decision to Leave* ของผู้กำกับพัคชานอุกด้วย
- โอแดฮวาน (จองซอนฮยอก หรือหัวหน้าทีมจอง) คือคังแทโฮจาก *The Red Sleeve* และอยู่ใน *Mr. Plankton* ของ Netflix
- ต้นฉบับเป็นเว็บนิยายของ ซออินฮา ซึ่งเปิดให้อ่านฟรีร้อยตอนแรกบน RIDI และคนกำกับกับคนเขียนบทซีรีส์คือคนเดียวกัน คือ ยุนยองบิน
เหมาะกับใคร
เหมาะมาก ถ้าคุณเป็นมนุษย์เงินเดือน เคยกลืนคำพูดในที่ประชุม หรือเคยรู้สึกว่าที่ทำงานไม่เคยตีมูลค่าให้คุณอย่างที่ควร เรื่องนี้เหมือนได้ดูคนที่ทำในสิ่งที่เราอยากทำแต่ไม่กล้าทำ
เหมาะ ถ้าชอบซีรีส์เกาหลีแนวออฟฟิศที่เดินด้วยบทสนทนา แบบ See You at Work Tomorrow หรือ The Apartment Job ที่เล่าคนธรรมดาในระบบ
อาจไม่เหมาะ ถ้าคุณอยากได้โรแมนซ์หวาน ๆ ตั้งแต่ตอนแรก หรืออยากได้การแก้แค้นมันส์ ๆ แบบ Reborn Rookie เพราะเรื่องนี้เดินช้ากว่าและจบแต่ละฉากด้วยบทสนทนา ไม่ใช่หมัด
ดูได้ที่ไหน
ในไทยรับชม The Ordinary Jackpot ซับไทยได้ที่ HBO Max อัปเดตทุกวันพฤหัสบดี ซีรีส์มีทั้งหมด 10 ตอน ฉายทางช่อง tvN ของเกาหลี
คำถามที่พบบ่อย
The Ordinary Jackpot มีกี่ตอน
มีทั้งหมด 10 ตอนครับ ออกอากาศทางช่อง tvN ของเกาหลี ส่วนคนไทยตามได้ทาง HBO Max ทุกวันพฤหัสบดี
ชื่อไทยของ The Ordinary Jackpot คืออะไร
ชื่อที่ใช้โปรโมตในไทยคือ *โปรดอย่าลองดี วันนี้พี่รวย* ส่วนชื่อเกาหลีต้นฉบับคือ 로또 1등도 출근합니다 ซึ่งแปลตรงตัวว่า "ถูกลอตเตอรี่รางวัลที่หนึ่งก็ยังมาทำงาน"
พระเอกถูกหวยเท่าไหร่ และเหลือเท่าไหร่หลังหักภาษี
ในเรื่องเขาถูกรางวัลที่หนึ่ง 1,977,507,240 วอน หรือราวสี่สิบเจ็ดล้านบาทก่อนหักภาษี หลังหักภาษีสามสิบสามเปอร์เซ็นต์แล้วเหลือประมาณ 1,300 ล้านวอน หรือราวสามสิบเอ็ดล้านบาท และงวดนั้นมีผู้ถูกรางวัลที่หนึ่งทั้งหมดหกคน
ต้องดูถึงตอนไหนถึงจะรู้ว่าชอบหรือไม่ชอบ
ผมแนะนำให้ดูให้ถึง EP2 ครับ เพราะ EP1 พระเอกนิ่งและเงียบมากโดยตั้งใจ ถ้าตัดสินจากตอนเดียวอาจจะพลาด ส่วน EP2 คือตอนที่ตัวละครเริ่มขยับจริง
เรื่องนี้เป็นแนวไหน โรแมนซ์หรือคอมเมดี้
เป็นคอมเมดี้ออฟฟิศผสมดราม่าชีวิตครับ สองตอนแรกแทบไม่มีเส้นโรแมนซ์ที่ชัดเจนเลย น้ำหนักอยู่ที่ความสัมพันธ์ในที่ทำงานและคุณค่าของคนทำงานมากกว่า
สรุป
สองตอนแรกของ The Ordinary Jackpot ทำให้ผมอยากตามต่อด้วยเหตุผลง่าย ๆ ครับ มันไม่ได้ขายภาพคนรวยข้ามคืน แต่ขายคำถามว่า ถ้าเรามีเงินมากพอจะไม่กลัวตกงาน แต่ไม่พอจะเลิกทำงาน เราจะกล้าพูดอะไรบ้าง
แล้วผมอยากรู้จริง ๆ นะครับ ถ้าเป็นคุณ วันจันทร์คุณจะยังไปทำงานไหม แล้ววันแรกที่กลับไป คุณจะพูดอะไรกับใครในออฟฟิศเป็นคนแรก มาเม้ามอยกันในคอมเมนต์ใต้คลิปได้เลยครับ ผมอยากอ่านมาก
ขอพลังบวกจงอยู่กับคุณ แล้วพบกันใหม่ สวัสดีครับ