The Predator (2018) รีวิว | หนังไซไฟแอ็คชั่นบู๊สนุก ที่บทไม่ค่อยน่าจดจำ
The Predator (2018) เป็นหนังไซไฟแอ็คชั่นบู๊ดูเพลิน แต่บทไม่ค่อยน่าจดจำครับ เป็นหนังพรีเดเตอร์ภาค 4 ต่อจาก Predator (1987), Predator 2 (1990) และ Predators (2010)
เนื้อเรื่องย่อ
นักล่าจากต่างดาวบุกโลกแล้วสังหารลูกทีมของ ควินน์ แมคเคนน่าจนหมด เขารอดคนเดียวเลยโดนรัฐบาลคุมตัวเพื่อปิดความลับเรื่องเอเลี่ยน ระหว่างต่อสู้เขาเก็บอุปกรณ์เอเลี่ยนมาได้แล้วส่งกลับบ้าน บังเอิญที่ รอรี่ ลูกชายของเขาเป็นเด็กพิเศษที่เข้าใจภาษาเอเลี่ยนได้ เหตุการณ์ยิ่งชุลมุนเมื่อผู้ล่าที่วิวัฒนาการอีกขั้นเข้ามาร่วมตะลุมบอน
แอ็คชั่นเด่น มุกตลกสไตล์ Iron Man 3
ภาคนี้ได้ เชน แบล็ค (นักแสดงจากภาคแรก + ผู้กำกับ Iron Man 3) มากำกับ เลยมีลายเซ็นการสอดแทรกมุกตลกชวนนึกถึงหนัง Marvel ตลอดเรื่อง แต่พอฉากเลือดกระฉูดก็จัดเต็มจนได้เรต R
จุดเด่นคือแอ็คชั่นกับการดำเนินเรื่องที่ไว ใครไม่เคยดูแฟรนไชส์นี้มาก็ดูได้ (อาจสนุกกว่าแฟนเดิมอีก) ส่วนจุดด้อยคือบทที่มีความ "อีหยังวะ" หลายจุด อารมณ์ร่วมเลยเหวี่ยง ๆ
อ่านต่อจาก Manypocket
- Taklee Genesis ตาคลี เจเนซิส รีวิว | หนังไซไฟไทยฟอร์มยักษ์ที่ไอเดียล้นจอ
- Alien: Romulus รีวิว | หนังไซไฟสยองขวัญชั้นดี สนุกได้แม้ไม่เคยดูเอเลี่ยนมาก่อน
- A Quiet Place: Day One รีวิว | เงียบ ๆ นะ เดี๋ยวสะดุ้ง! วันแรกที่เอเลี่ยนบุกเมือง
- Disclosure Day รีวิว | หนังเอเลี่ยนที่ไม่ตู้มต้าม แต่ 30 นาทีสุดท้ายพีคมาก
ส่วนที่ผมชอบคือรอรี่ ที่เป็นเด็กพิเศษแต่คนไม่ค่อยสังเกตเห็นความเก่งของน้อง น่าดูต่อว่าจะมีบทบาทอะไรในแฟรนไชส์นี้อีก เหมาะสำหรับคนหาหนังไซไฟบู๊ดูเพลิน ๆ (ย้ำว่าเน้นเพลิน อย่าจับจุดมาก) เข้า Netflix แล้วครับ ขอพลังบวกจงอยู่กับคุณ แล้วพบกันใหม่ สวัสดีครับ